| ชาฤทธิ์'s profile~PRinCe~PhotosBlogLists | Help |
|
December 08 น้ำตา...ข้าพเจ้าตั้งแต่จำความได้ ครั้งแรกที่เราเสียน้ำตา มันนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอน อ.1 ถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน แต่ตอนนี้ มันยังมีสัญลักษณ์ของความเศร้า ตราตรึงจากอดีตมาถึงปัจจุบันเสมอ มันฝังอยู่ในมือขวา เหตุการณ์ตอนนี้ยังจำได้ดี ไม่เคยลืมมันเลย ตอนนั้น เราหยุดเรียนไปหนึ่งวัน แล้ววันต่อมาเรามาโรงเรียน เราก็ไปนั่งที่เดิมของเรา ปรากฏว่ามีคนมาแย่งที่เราตอนเราไม่มา 1 วัน ซะงั้น เอาหละเกิดเรื่องแล้ว สงสัยโรคไม่ยอมใครเราคงมีมาแต่เด็กมั้งเนี่ย ก็มีเรื่องกันยังไงไม่รู้จำไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้ คือ โดนเอาดินสอ แทงไปตรงกลางมือ ขวา ตอนนั้นเลือดไหลออกเลย ร้องไห้ด้วยความเจ็บมั้ง เอ จำไม่ได้เฮะ ถึงเวลาจะผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นรอยแผลที่มืออยู่เสมอ ทุกครั้งที่มอง ก็รู้สึกคิดถึงอย่างประหลาด
พูดถึงน้ำตาแล้ว จริงๆเราเป็นคนอ่อนไหวง่ายนะ เสียน้ำตาง่ายมาก ยิ่งแต่ก่อนออกจะเป็นเด็กขี้แยด้วยซ้ำ ถ้าให้นับครั้งที่ร้องไห้จริงในชีวิต คงประมาณเกือบ 1/15 ของชีวิตที่อยู่มาเลยมั้งเนี่ย ตอนเด็ก เคยถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ ช่วงนั้นร้องไห้บ่อยมากเลย ทั้งตอนที่พ่อแม่ไปส่ง แล้วกำลังจะกลับ รู้สึกเศร้า อยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุด หรือ บางครั้งที่นอน ทั้งที่มีเพื่อนอยู่เต็มห้องนอนรวม แต่กลับรู้สึกเหงา เศร้าและโดดเดี่ยว
เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ชีวิตต้องฝ่าฝันกับทุกสิ่งคนเดียว คงส่งผลมาถึงปัจจุบันแล้วมั้งเนี่ย เฮ้อ และน้ำตาครั้งสุดท้ายที่โรงเรียนประจำ เราก็ยังจำได้ดี ครั้งนั้น วันสุดท้ายของการเรียน วันสุดท้ายที่จะได้เหยียบในโรงเรียนนี้ในฐานะนักเรียนที่เรียนอยู่ ถึงโรงเรียนเราจะไม่ใหญ่ ไม่มีพิธีใหญ่โต มีเพียง นักเรียน 2 ห้อง และครูไม่กี่คน ในห้องวิทยาศาสตร์ที่พออัดคนได้ ซัก 100 คนลงได้ ม.6 โรงเรียนเรามีแค่ 2 ห้องเอง เลยไม่มีอะไรใหญ่โต
สิ่งที่จำได้ดีคือ ตอนนั้น เรานั่งล้อมเป็นวงกลมใหญ่ อาจารย์ ก็นั่งอยู่ตรงกลาง แล้ว อาจารย์ก็เริ่มพูด ตอนแรก ก็ยังยิ้มได้ และตอนนั้น ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้ เพื่อนบางคนก็ยังคุยหัวเราะกันอยู่ บางคนก็เริ่มเศร้ากันแล้ว
แล้วจู่ๆ น้ำตาก็ไหลลงมาเอง มันควบคุมไว้ไม่อยุ่ ความเศร้า เหมือนกลับว่าตัวเองต้องจากไปไกลแสนไกลจากที่นี่แล้ว เพราะเราไม่ได้อยู่แถวนี้ มันห่างไกลกัน โรงเรียนเราอยู่ถึงชลบุรี เราอยู่กรุงเทพ ระยะทางมันไกลเหมือนกัน มันไม่ใช่ว่าจะไปได้ง่ายๆ ตอนนั้น ทุกคน ที่กำลังหัวเราะ กำลังคุยกันอย่างสงบ เหมือนโดน สะกดด้วยความเศร้า ความคิดถึง ความรู้สึกเว้งว่าง อย่างประหลาด น้ำตามันไหลรินมาจากทุกคน แล้วเราก็มีพิธีเล็กน้อยๆ เรียกน้ำตาได้อีกมากมาย ตอนนั้น ตอนที่อยู่ที่นั่น ทุกวันคืน คิดว่าต้องอดทน ต้องอยู่ที่นี่ รู้สึกทรมาน โดดเดี่ยว แต่แล้ว เมื่อถึงวันที่ต้องจากลาออกมา น้ำตามันกลับรินไหลไม่หยุด ไม่รู้จะห้ามมันยังไง อยากย้อนเวลากลับไป
เริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทำอะไรอีกมากมาย แต่เรากลับไม่ยอมทำ รู้สึกเสียดายเวลาที่เราทำไปอย่างไร้ค่าหลายครั้ง มีหลายครั้งที่เราทำไมไม่ยอมเพื่อน ทำไมเราไม่ดีกับเพื่อนมากกว่านี้ แล้วสุดท้าย เราก็ยื้ออะไรไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องจากเราไป ไม่มีอะไรหวนคืนกลับมาได้อีก
แล้วเราก็ได้เข้ามาในรั้ว บ.ก. ทุกอย่างมันต่างไป คนที่นี่มีมากกว่า ทุกอย่างมันดูไม่คุ้นเคย ไม่มีใครที่เรารู้จัก จะมีก็คงพี่คนเดียว แต่มันก็เหมือนกลับเราอยุ่ตัวคนเดียว ต้องเข้ามาในห้องเรียน นั่งอย่างไม่รู้จักใคร เรียน อย่างเบื่อหน่ายเช่นเคย เพราะสำหรับเรา เรื่องเรียน ก็แค่ผ่านก็พอ เพื่อนเก่าของเราไม่มีอีกแล้ว เริ่มต้นด้วยการที่เราไม่รู้จักใคร เหมือนการโดดเดี่ยวอยู่ตัวคนเดียว แต่แล้ว เพื่อน ก็เริ่มเข้ามา จาก 106 ที่เรายังอาจจะไม่สนิทกันเราอาจจะแค่รู้จักกัน อย่างเพื่อนธรรมดา ตอนนั้น ก็มีเหตุการณ์หลายๆอย่าง บางครั้งทำให้เราต้องเศร้า สุข เหงา และ ความรู้สึกประหลาดๆ ที่มาทำให้ชีวิตมีสีสันมากมาย แล้วเราก็ก้าวขึ้นมา สุ่เลข 2 เป็น 206
พวกเราเริ่มรู้จักกัน พวกเราอาจจะยังสนิทกันแค่ในกลุ่ม บางครั้งถ้าเราย้อนกลับไปได้ เราคงจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ เช่นการเลือกหัวหน้าห้อง ไม่ใช่เลือกเล่นๆ กัน เนอะ แต่สุดท้ายหัวหน้าห้องตัวจริงของเราก็มีคนเดียวตลอด 3 ปีเหละ พูดถึงม.2 แล้ว ก็มีเหตุการณ์มากมาย ถึงบางอย่างจะไม่เป็นเรื่องใหญ่โตเท่าม.1ก็เหอะนะ เรียนพละเรียนฟันดาบซะงั้น สนุกสนานน่าดูเลย ฮิฮิ อืมแล้วก็ แบตมินตัน อ่า ใช่ พูดแล้วคิดถึงตอนนั้นเฮะ
หึๆ ฮิฮิ แข่งแพ้ตั้งแต่รอบแรก - - เรานี่มัน พูดไงดีเนี่ย แล้วเลขสามก็เข้ามาเยือน แล้วเวลาที่พวกเราเริ่มเข้าใจกันมากขึ้นก็มาถึง แล้วอาจารย์ประจำชั้นของเราก็กลับมาเหมือนม.1 อีกครั้ง ตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก แต่จริงๆก็เหมือนกับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจารย์สมคิด และ อาจารย์ทิวาวรรณเป็นอาจารย์ประจำชั้นของเราเสมอมา ถึงแม้ว่าตอนนี้ อาจารย์ทิวาวรรณ จะไม่อยู่กลับเราแล้ว วันที่รู้ข่าว ยังต้องตกใจ เพราะวันศุกร์ยังคุยกับอาจารย์แต่วันจันทร์ ผ.อ. กลับมาประกาศข่าวร้าย ช่วงนั้นก็รู้สึกสับสน บางครั้ง อาจจะเคยคิดด้วยซ้ำว่ายังไม่ใช่ความจริง แต่ทุกอย่างมันก็เกิดไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เดินเข้าไปในโรงฝึกงานก็ยังคิดถึงอาจารย์เสมอ ม.3 ก็เป็นเวลาที่พวกเรา ได้สนิทกันอย่างมากมาย ต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ถึงแม้ เราไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็ต้องเกิดขึ้นจริงๆ วันที่พวกเราต้องจากกันไกล ถึงแม้ตอนนี้ พวกเราจะยังอยู่นะบ้านเดียวกัน แต่พวกเราก็ต้องแยกต่างห้องกันออกไป แต่ก่อนที่เราจะจากกัน ก็ยังมีความทรงจำดีๆมาให้จดจำ วันที่ไปกินหมูกระทะกัน วันนั้นเรารู้สึกมีความสุขมาก จำได้ว่า วันนั้นลืมเอาแว่นไปด้วยเหละ เฮะๆ แต่วันนั้นก็มีความสุขมาก cd ที่ก้ามปูหัวหน้าห้องของเรา ทำให้ ดูกี่ครั้งก็ยังซึ้งทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะยังทำออกมาไม่สวยและยังไม่ได้ดีในด้านเทคนิค แต่ก็ยัง มี สิ่งที่เรียกน้ำตาได้ดี ยังทำให้ซึ้งได้ ไม่ว่ามันจะออกมาเป็นไง ตอนแรกที่ดูที่ร้านหมูกระทะก็สุดยอดแล้ว ทุกครั้งที่คืดถึงเพื่อนก็มักจะหยิบมันขึ้นมาเสมอ อ๊ะ ถ้าพูด ถึง cd มันยังมี cd อีกอัน แต่ถ้าจะให้พูดถึง เป็นคนตรงไปตรงมาด้วยสิ อยากบอกว่า ทำออกมาในด้านเทคนิคก็สวยนะ แต่กลุ่มตัวเองอะ ดูแล้วคิดถึงเพื่อนไม่หมดเลยอะ แต่ก็นะ แล้วแต่คน ถ้าให้พูดจริงๆ ชอบ cd ก้ามกว่าเยอะเลย ยิ้มได้ทั้งน้ำตามากกว่าเลยอะ วันนั้นสนุกมากเลย วันสุดท้าย กินหมูกระทะกัน เฮ้อ แต่รู้สึกเหมือนตัวเองต้องจากสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตเราไปเลย จะยังมีอีกมั้ย ในห้องที่มีเพื่อนหลายอย่าง บางคนก็ชอบแกล้งเพื่อน แต่ก็ยังสร้างรอยยิ้มได้ บางคนก็ตั้งใจเรียน เป็นตัวลอกของเพื่อนที่ดี บางคนก็บ้าเกมส์ แต่ก็ทำให้มีเรื่องคุยอีกเยอะ บางคนก็ห่วงสวย แต่งกันทั้งวัน บางคนก็ใจลอย คิดถึงเรื่องอื่นมากมาย บางคนก็หลับได้ทุกวัน เหมือนชีวิตไม่เคยนอนมาก่อน บางคนก็ชอบกิน ชอบแอบเอาขนมขึ้นมาในห้องเรียน จะยังมีอีกมั้ย ห้องที่มีคนครบทุกแบบขนาดนี้ มีเพื่อนที่เป็นห่วงเพื่อนเวลาท้อ มีเพื่อนที่ร่วมหัวเราะเวลามีความสุข มีเพื่อนร่วมใจกันโกหกทั้งที่ผิด มีเพื่อนที่กอดคอเดินกันได้ทั้งชายหญิง มีเพื่อนที่มือหนักๆ แหมคิดแล้วเจ็บขึ้นมาเลยเฮะ ยังไงซะทุกคนก็คือ 306 พวกเราก็ยังมีความสุขกันเสมอ แต่สุดท้ายเราก็ยื้ออะไรไว้ไม่ได้ ความสุข ก็หายไป ถูกแทนด้วยความสุขใหม่ ยังไม่วายที่จะต้องเสียน้ำตาให้กับการจากลา ถึงแม้จะได้เจอกันอีก แต่เราก็ไม่ได้เจอหน้ากันในโต๊ะเรียนกันทุกคนเหมือนเดิม ไม่ได้แอบคุยในชั่วโมงเรียนเหมือนกัน ไม่ได้ดีใจพร้อมกันที่ไม่มีคนมาสอน ไม่ได้รอกันเพื่อนขึ้นเรียนห้องเดียวกัน มันไม่มีอีกแล้ว มีเพียงน้ำตาแห่งการจากลาที่พวกเราจะไม่มีวันลืมเลือน
และแล้วเลข 4 ก็มาถึงจริงๆด้วย แถมมาเป็น 4 สองตัวเลยเฮะคราวนี้กับ ห้อง 404 เพื่อนใหม่ก็ดีอะนะ และก็ยังรู้สึกดีที่เพื่อนเก่าเราไม่ค่อยไปไหน ยังคงสิงสถิตอยู่ที่นี่กันต่อไป ถึงแม้บางคนจะต้องจากกันไปไกล ตอนที่ขึ้นมา ม.4 แล้ว ก็คิดว่าจะตั้งใจเรียนแล้วก็ขยันขึ้น แล้วก็ จริงๆ แต่ขึ้นมานิดเดียวนะ ฮิฮิ เรียน ม.4 แล้ว แต่รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอะไรต่างจากเดิม ยังเรียนอย่างเบื่อๆเหมือนไม่ค่อยอยากจะเรียนเหมือนเดิม เอแต่ก็ไม่เคยรู้จักคำว่าเรียนไม่รู้เรื่องนะ ถ้าจะมีเปลี่ยนแปลงก็มี งานเยอะขึ้น วิชาเยอะขึ้น เลิกช้าลง เพื่อนมากขึ้น มีเพื่อนอยุ่หลายห้อง จากปกติที่เดินกลับบ้าน เดินไปอย่างโดดเดี่ยวอย่างไม่มีคนสนใจ แต่ปัจจุบัน เดินกลับทุกครั้งรู้สึกเหมือนต้องเจอคนทักทุกที บางคนก็อยากทัก บางคนก็ไม่อยากทัก(ต้องทักก่อน) บางคนไม่ต้องทัก บางคนไม่อยากให้ทัก หรือบางคน ไม่คิดจะทัก ฮิฮิ ต่างคนต่างความคิด ต่างเหตุผล เพราะโลกสร้างคนให้ไม่เหมือนกัน เนอะ
เราก็ไม่รู้ว่าต่อไปเรื่องจะเป็นอย่างไร เราไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก แต่คนอย่างเราก็คงจะไม่ยอมย่อท้อกับเรื่องอะไรอยู่แล้ว แม้มันจะยากหรือต้องลำบากขนาดไหน เราก็คงต้องฝ่าฟันเพื่อไปสู่อนาคตของเรา
แต่สิ่งที่เรารู้คือ อดีตได้ให้อะไรกับเรามากมาย สอนให้เรารู้จักกับเรื่องราวต่างๆ เหมือนป้ายเตือนของชีวิต เหมือนตัวอย่างของเหตุการณ์ เมื่อนึกย้อนกลับไป อาจจะยื้ม หรือ ร้องไห้ก็ได้ในเรื่องเดียวกัน และไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคต เราจะต้องเสียน้ำตาให้กับอะไรอีกมากมาย
"การเสียน้ำตาไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแอ แต่ถึงเราจะแสดงความอ่อนแอออกมา มันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะว่าคนเราย่อมมีความอ่อนแอในตัวของเราเอง"
"แต่น้ำตาก็ทำให้เราพร้อมที่จะลุกสู้ต่อไปได้เสมอ" November 12 บางสิ่ง..ที่ไม่มีคนสนใจมีบางครั้งมั้ย ที่คุณตั้งชื่อคุณให้มีความหมายสื่อถึงใครบางคน มีมั้ย ที่คุณเขียนบทความสื่อถึงใครซักคน มีมั้ยที่คุณ ตั้งชื่อ m เพื่ออยากบอกอะไรใครซักอย่าง มีมั้ย ที่คุณ เล่าเรื่อง เพื่ออยากให้ใครบางคนนึกถึงคุณ
มีมั้ยที่คุณอยากพูดถึงใครบางคนแต่ต้องเก็บไว้ มีมั้ยที่คุณแอบมองใครซักคนจากมุมไกลๆ มีมั้ยที่คุณพูดเสียงดังๆเพื่ออยากใครซักคนสนใจ
แต่ทุกอย่างที่ทำ มันกลับไม่ได้ทำให้ใครซักคน คนคนนั้นหันมาสนใจเลย แต่ถึงบางครั้งคุณจะรู้อย่างนั้น ก็ยังจะทำต่อไป
คนหลายๆคนคงมองว่าแปลก ว่าจะทำไปทำไม คำตอบไม่มีใครมองเห็น นอกจากตัวของเราเอง มันคือความสุขที่มีคุณค่า ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีมีคนสนใจ และไม่มีคนสนใจ
นอกจากจะได้ลองเข้ามาสัมผัสความรู้สึกนั้นเอง บางครั้ง รอยยิ้มอาจจะมาพร้อมน้ำตา แต่ผลลัพท์สุดท้ายก็คือความสุข
"ความสุขไม่ได้เกิดจากการถูกสนใจเสมอไป แต่ความสุขอาจจะมาจากการถูกไม่สนใจก็ได้"
มีหลายคนถามว่าความสุขหาได้จากไหน
บางคนว่าสุขหาได้จากการมี
มีเงิน มีบ้าน มีรถ มีแฟน มีเพื่อน มี....
แต่บางครั้งความสุขก็หาได้จากการไม่มี
ไม่มีหนี้ ไม่มีเพื่อนเลว ไม่มีแฟนแย่ ไม่มีความกังวล ไม่มี.....
และความสุขของคนบางคนก็อาจจะมาจากการทำอะไรแปลกๆ ที่บางคนอาจจะมองว่ามันไร้สาระ แต่ความสุข คือสิ่งที่เกิดจากความรู้ของคนแต่ละคน อยู่ที่ว่าคุณจะเห็นอะไรเป็นความสุขของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเลือกมีความสุขแบบไหนนั่นก็ไม่ใช่ความผิด ไม่ว่าความสุขของคุณจะเป็นรูปแบบไหน ไม่ว่าความสุขของคุณจะขึ้นอยู่กับใคร ไม่ว่าความสุขของคุณจะทำเพื่อใคร
"ความสุขอยู่ที่คุณเลือก"
คนมีความทุกข์มักคิดว่าโชคชะตาไม่เข้าข้าง คนมีความสุขมักคิดว่าโชคชะตาเข้าข้าง
บางครั้ง ความทุกข์ที่คุณเห็นมันอาจจะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ คุณอาจจะมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปก็ได้ การก้าวพลาด หรือ การหลงทาง อาจจะทำให้คุณพบกับทางใหม่หรือวิธีการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมก็ได้
และ
บางครั้ง ความสุขที่คุณมีมันอาจจะเป็นหนทางสู่หายนะอันยิ่งใหญ่ก็ได้ ความสุขที่คุณเห็นอาจจะทำให้คุณหลงระเริงไปกับความฝัน เพราะบางครั้งการก้าวถูก ก็ไม่ได้ดีเสมอไป ถึงบางครั้งมันอาจจะไม่ได้มีอะไรแย่แต่มัน
ก็อาจจะไม่ดีเท่ากับการทดลองก้าวพลาดเพื่อประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
"ความทุกข์ความสุขต่างกันแค่ตัวสะกด"
การมองโลกในปัจจุบัน บางครั้งคนเรามองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูก มองโลกแต่ในด้านที่ใช้ตาเห็น หรือ มองโลกแต่ในด้านที่คนส่วนมากมองกัน คิดว่าความถูกต้องคือสิ่งที่คนส่วนมากปฏิบัติ
การตัดสินว่าอะไรถูกต้องหรือผิด อะไรหละคือตัวตัดสิน หลักศาสนารึ กฏหมายรึ คุณธรรมรึ การกระทำของหมู่มากรึ สำหรับใครจะคิดว่าไง แต่สำหรับผม ความภูกผิดนั้นตัดสินอยู่ที่ตัวเรา
เพราะทุกสิ่งที่ทุกคนปฏิบัติย่อมมีเหตุผลในตัวของตัวเอง และสิ่งนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้องในความรู้สึกของตน แต่กลับถูกคนอื่นมองว่ามันผิด ทั้งที่บางครั้ง คนที่พูดว่าผิดนั้น หากตกอยู่ในสถานการณ์นั้น
อาจจะต้องเลือกทำเหมือนกัน เพราะคนเรามองแต่ในมุมของตัวเอง เลยคิดว่าคนนั้นผิด คนนั้นถูก ไม่เคยลองกลับไปมองในมุมของคนคนนั้น
การพูดจาหยาบคาย บางครั้งอาจจะถูกมองดูเป็นสิ่งไม่ดี แต่มันยังแสดงถึงความจริงใจ ได้มาก กว่าการตีหน้าเสแสร้งไปวันๆ ปากพูดดีแต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น อย่างนั้นหรอคือสิ่งที่คนเรียกกันว่าถูกต้อง
แต่บางครั้งมันก็อยู่ที่คนเราจะคิด อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกอะไร ระหว่าง
"ความจริงใจ กับ ความไพเราะ"
สำหรับผมหรอ อยุ่ที่คนที่ผมจะพูดด้วยมากกว่า แต่สิ่งที่ผมไม่เคยลืมคือ ผมจะพยายามไม่ใช่คำเสแสร้ง ถึงจะทำไม่ได้หมด แต่ก็ไม่ได้เสแสร้งทั้งหมด
The End
October 25 พาเหรด!!!!ฮ้า ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยเฮะ ทำงานพาเหรดยุ่งมากเลยเฮะ (ไปแต่ก็ไม่ค่อยได้ช่วยเค้า 555+ อู้ไง 555+ ) แต่ถึงจะต้องไปทุกวัน แต่ก้ไม่ค่อยเบื่อนะ รู้สึกว่าสนุกดี เพราะว่าแต่ละวันก็มีความสุขมากมาย 555+
ทั้งคำศีพท์ใหม่ๆ หรือ การได้เห็นคนอื่นในมุมมองต่างๆบ้าง ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน ได้เม๊าท์กันมัน 555+(อันนี้ออกแนวชอบที่สุด) แล้วก็ได้กินของฟรี(เอิ๊กๆ ล้อเล่นนะ! แต่กินจริง)
แต่ละวันก็มีเรื่องเกิดขึ้นต่างๆมากมาย ทำให้เราได้เจอศัพท์ใหม่ๆมากมายในโลก 555+ ไม่ว่าจะเป็น ชาห่วย กาว TOT ขนมสามชั้น เจ๊โซ เจ๊ล้อ และอื่นๆอีกมากมาย บางวันก็ได้ดูหนังสด 5555+
อย่าไปพูดถึงเลยละกัน อิอิ อ่อ แล้วก็ได้มีคนบางคนเกิดการเรียนรู้ว่า มาร์การีนคืออะไร ไม่ใช่ยี่ห้อเนยอย่างที่ตัวเองคิด แต่พูดถึงงานแล้ว ก็ยังไม่ค่อยไปไหนเลยเฮะ
กลัวงานไม่เสร็จเหมือนกัน(แล้วทำไมไม่ช่วยเค้าทำเยอะๆเนอะเรา) แต่มันไม่สำคัญมากนักหรอก ว่างานจะเสร็จมั้ย เพราะความจริงแล้ว ที่เค้าให้ทำงาน ก็เพื่ออยากให้เด็กสามัคคีกันเนอะ
(อืมแล้วเราสามัคคีกันมั้ยเนี่ย สามัคคีอยู่แล้วงานยังแยกกันทำเลย - -) แต่ความจริงสิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ สิ่งที่แฝงอยู่ระหว่างการทำงาน ต่างหาก แต่ละวันก็มีความสุข หรือบาง คนอาจจะทุกข์ (ที่โดนแกล้ง 555+)
หรือบางคนอาจโดนเอามาพูดถึงในสภาทาสี 555+
หลายคนคิดว่า การทำงานครั้งนี้ ผลสำเร็จคือการทำงานเสร็จ
บางคนก็คิดว่า เพื่อรางวัลอันยิ่งใหญ่
บางคนก็เพื่อ ศักศรี ที่หนักอึ้ง
บางคนก็เพราะโดนบังคับ
บางคนก็เพราะอยากเจอเพื่อน
บางคนก็อยากช่วยงาน รักเพื่อน
บางคนก้เพื่อความรับผิดชอบ
บางคนอยากไปหาใครบางคนเวลาทำงาน
บางคนมาดูแลใครบางคน
บางคนอยาก...
บางคนเพื่อ...
บางคนเพราะ...
ยังมีเหตุผลต่างๆมากมายของคนแต่ละคนที่ทำงาน ที่มาช่วยงาน แต่ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะมาด้วยเหตุผลใด แต่ถ้ามาแล้ว ต้องกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม กับความสุข เล็กๆ แน่ๆ(เฉพาะห้องเราป่าวหว่า)
งานทุกอย่างที่มนุษย์เลือกที่จะทำ และได้ทำลงไปแล้ว ย่อมได้สิ่งตอบแทนมา ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ หรือสิ่งร้าย สิ่งเหล่านั้นมันแฝงไปด้วยความหมาย และสิ่งเหล่านั้นมันได้ออกดอกผลได้ภายหลัง สิ่งนี้เราเรียกมันว่า
"ประสบการณ์"
อ๊ะเมื่อกี้ลืมไปบอกว่า ที่ผมไปทำงานหนะ ก็เพราะผมอยากไปตามหาบางอย่างที่ผมขาดหายไปในอดีต และจะปล่อยทิ้งบางอย่างไป เพราะไม่อยากเสียใจเหมือนในอดีตอีก อะไรหนะ หรอ อิอิ คงไม่อยากรู้หรอกนะ
August 25 ทางเลือก..ของโชคชะตาชีวิตนึงที่เกิดมาย่อมถึงเวลาที่ ก่อเกิด ทางเลือกของโชคชะตา ที่คุณจะต้อง "เลือก"
แม้ว่าคุณจะเลือก เดินในทางไหน จงอย่ากลัวที่มันจะเป็นทางที่จะผิด
ทางเลือกที่คุณตัดสินใจไปแล้วครั้งหนึ่ง นั้นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้
ไม่ว่าเมื่อเวลาผ่านมา คุณอาจจะคิดว่าคุณตัดสินใจผิด
นอกจากคุณจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เมื่อย้อนกลับไปตอนนั้นอีกครั้ง คุณอาจจะเลือกทางเดิมก็ได้
ถ้าทางเดินที่คุณเลือก เป็นทางที่ช่างลำบากแสนเข็ญ เป็นทางเดินที่เจ็บปวดทรมาน แต่สุดท้าย มันก็ทำให้ได้เรียนรู้
มากกว่าการที่คุณเลือกทางที่ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย หากคุณเกิดมาชีวิตนึง ไร้ซึ่งอุปสรรค คุณก็ช่างเกิดมาอย่างไม่มีประโยชน์เลย
ถ้าคุณไม่มีอุปสรรค คุณก็จะไม่ได้เรียนรู้ บางทีความลำบากและเจ็บปวดทั้งหมด อาจจะแฝงไปด้วยความสนุก ความสุข และบทเรียนชีวิตอันมากมายก็ได้
หากคุณยังจมปักกับความผิดพลาด คุณก็ไม่สามารถจะเดินต่อไปเลือกทางที่ถูกอีกครั้งได้
แม้นคุณจะไม่ใช่คนเก่ง แม้นคุณจะทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าคุณไม่ย่อท้อต่อปัญห และพร้อมที่จะลุกสู้ต่อไปได้
คุณก็คือผู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครคนหนึ่ง
แล้ววันนี้ คุณเลือกทางเดินของคุณรึยัง ทางที่คุณได้เลือกด้วยตัวเอง และ เพื่อตัวเอง หรือ เพื่อใครซักคน
"และแล้ว ตอนนี้ ก็ถึงวันที่ผมต้องเลือก เลือกการเดินต่อไป กับ การ หยุดอยู่ที่เดิม
และแล้วสุดท้าย โชคชะตา ก็ต้องทำให้เราต้องหยุดมันลง แต่ที่จริง เราก็ควรจะต้องหยุดตั้งนานแล้ว
แต่เราแค่ซื้อเวลา ด้วยความเจ็บปวดตลอดมา มันถึงเวลาแล้ว ที่ความจริงมันควรจะปรากฏ และเวลามันไม่เหลือ
ให้เราซื้อมันมาอีกแล้ว แต่อย่างน้อย เราก็มีความสุขกับทางที่เลือก เราเลือกที่จะมีความสุขเล็กๆ ในความเจ็บปวดอันยิ่งใหญ่
เพราะเรายังต้องก้าวเดินต่อไป ในทางอื่นอีกมามาย ถนนบนโลกนี้ไม่ได้มีสายเดียว "
"เพราะความเป็นไปไม่ได้ มันเป็นกำแพงที่สูงเกินไป ที่เราจะข้ามทางเดินที่มีมันขวางอยู่ เราทำได้แค่เพียงเปลี่ยนทางเดิน แต่มันก็ไม่ทางไหนที่จะไปทางนี้ได้อีก
คงมีวิธีเดียวที่เราทำได้ คือเปลี่ยนเป้าหมายทางเดินของเรา แม้เราจะต้องเสียอะไรมากมาย เพื่อการเปลี่ยนเส้นทาง แต่เราก็ไม่ได้แค่เปลี่ยนเพราะยอมแพ้
แต่เราเปลี่ยนทางเดินของเรา "เพื่อใครซักคน" เพราะเราจะเดินต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น นอกจากจะมีแต่ผลเสียมากมาย เพื่มพูลขึ้น แค่เรารู้แค่ว่า สิ่งที่เราทำทำให้ก่อเกิดความสุข
เราก็พร้อมที่จะเสียทุกสิ่ง "
สุดท้าย อยากจะให้คุณถามตัวเองว่า "เราได้เลือกทางเดินของตัวเองรึยัง และเรามีความสุขกับทางที่เราเดินมั้ย และเราเลือกทางเดินนี้ เพื่อ "ใคร?" "
---------------------------------------------------------
วันเวลาไม่เคยรอใคร โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างใคร ความเจ็บปวดไม่เคยย้อมแพ้ใคร ความลำบากไม่เคยอ่อนข้อมให้ใคร ความจริงไม่เคยเข้าข้างใคร
เราก็คือเราไม่ใช่ใคร ถึงเราจะไม่ชนะใคร แต่เราก็ได้เป็นเรา และ เลือกทางเดินของตัวเองได้
July 19 WeAre06(Part1)วันแรกที่เราเจอกัน มันเป็นแค่การรู้จักกัน แต่เวลาผ่านไป ทำให้พวกเรา เข้าใจกัน และรักกันมากขึ้น
บัดนี้ เป็นเวลาที่พวกเราต้องแยกย้ายกัน ตามความฝันของตน แต่เราก็ยังมีโอกาสพอที่จะได้เจอกัน
แต่ต่อไป ถ้ายิ่งนานไป พวกเราก็ยิ่งไกลกันมากขึ้น ทุกคนต่างตามล่าความฝันของตน
แต่เชื่อว่าทุกคนจะไม่มีวันลืมว่าพวกเราคือเพื่อนกัน และพวกเราก็ต้องเจอกันอีกครั้ง
อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ตอนนี้ เรายังอยู่ด้วยกัน แม้จะต่างออกไปจากเดิม
แต่ก่อนที่พวกเราเคยเรียนด้วยกัน ช่วยเหลือกัน โดนลงโทษพร้อมกัน
แต่ตอนนี้ พวกเราต่างย้ายกันไป แต่พวกเรายังรวมกันที่เดิม อิอิ
ถึงแม้บางคนจะไม่ค่อยได้มาที่เดิม แต่ก็ยังเจอหน้ากัน และพวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน
ต่างคนก็ต่างพบเพื่อนใหม่มากมาย แต่เรายังไม่เคยคิดที่จะลืมเพื่อนเก่า
วันที่เราจากลากัน วันสุดท้ายของการศึกษา ยังจำได้ดีที่ หมูกระทะ ตามบาย
ถึงแม้รู้ว่าต่อมาเรายังได้เจอกันดี แต่ก็อดเสียใจลึกๆไม่ได้ แล้วก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
ที่เราต้องไกลกันกับเพื่อน ที่เคยอยู่ร่วมกันมา 3 ปี เพื่อนที่เคยสุขด้วยกัน เพื่อนที่เคยทุกข์ด้วยกัน
ย้อนไปถึงวันแรก ที่พวกเราคือ 306 มีเหตุการณ์ต่างๆมากมาย
วันแรกที่เข้ามาในโรงเรียน วันแรกที่รู้จักกับเพื่อน วันแรกที่เราได้ร่วมห้องกัน วันแรกที่เริ่มต้นของการเป็น 306
และแล้ว ชื่อของเราก็เปลี่ยนไป แล้วเราก็ได้ชื่อใหม่ "เสี่ยว" คนที่ตั้งชื่อนี้ให้เรา ก็ คือ "ใช้"
แล้วทุกคนก็เรียกตามกันมา ทุกครั้งที่เพื่อนเรียก ชื่อนี้ แล้วมันก็มีความสุขดี แล้วโลก ก็ได้ ทำให้ผม เจอกับโชคชะตาใหม่
ครั้งแรกที่ผมเรียกความรู้สึกของหัวใจว่ารัก จำไม่ได้ว่าเริ่มมีความรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้อีกทีมันก็รักไปซะแล้ว แต่ตลอดมา ก็รู้ตัวดี
ว่ามันไม่เคยมีหวัง แต่มันก็มีเหตุการณ์เกี่ยวกับความรักต่างๆมากมาย ที่เป็นประสบการณ์ชีวิตให้เราอย่างดี แล้วก็มีอดีตให้นึกถึงแล้วยิ้มได้
เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ชีวิตของเราเข้มแข็งขึ้น และทำให้ตัวเองโตขึ้น และแล้วประสบการณ์ชีวิตครั้งใหญ่ของเราก็ได้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
ทุกคนคงจำได้ดี ม.1 มีวีรกรรมอะไรที่ทำให้เราดัง(555+) ไม่อยากจะพูดถึงมัน แต่นึกถึงอดีตทั้งทีต้องเล่าให้หมด
เรื่องตอนที่เราด่าอาจารย์ จริงๆแล้วตอนนั้น ไม่ได้อยากจะด่าหรอกนะ แต่มันไม่ไหวจริงๆ หาเรื่องเรา 2 ครั้งแล้ว ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด
ไม่อยากจะเล่าละเอียดมาก ขี้เกรียจคิดถึงมัน หวังว่าจะคิดถึงกันได้เองนะ อิอิ แต่พูดตามตรง ตอนนั้น ไม่ไหวแล้วจริงๆ ยิ่งเป็นคนยอมใครไม่ได้อยู่ด้วย
พูดถึงอาจารย์ จะว่าไป ตอนม.1 เนี่ยนะ จำได้เลยว่า คณิตหลัก+คณิตเสริม เราเรียนกับอาจารย์ถึง 4 คน วิชาละ 2 อิอิ เปลี่ยนจนสับสนไปหมดเลย
ตอนม.1 แล้วเวลาก็ผ่านไปถึงเวลาของ กีฬาสี แล้ว ม.1 เราก็โดนจับไปซ้อมแสตน ฮิฮิ ทุกครั้งที่มีการซ้อม ย่อมมีการโดด เป็นของคู่กัน เดวปีหน้าเราก็ต้องทำ
สแตนเหมือนกัน เดวกรรมตามสนองแน่เลย 5 5+ แต่หลังๆก็ไม่โดดสแตนแล้วนะ ตั้งใจมาซ้อม เด็กดี อิอิ อ๊ะลืมบอกไปว่าตอน ม.1 เราได้อยู่สีเหลือง
ตอนนั้น จำได้เลยว่า เราได้ที่ 2 (55+ เก่งมะละ) ส่วนพาเหรดสีเหลืองได้ที่ 1 แล้วพี่ๆ ก็บอกน้องๆว่า "จริงๆแล้วหนะสแตนเราก็ได้ที่ 1 แต่อาจารเค้าเหงได้ที่ 1 ไปแล้วอย่าง
นึง" ประมาณนี้เหละ ตอนนั้นก็หัวเราะในใจ อิอิ อ๊ะ ลืมเรื่องนี้ไปได้ไง อาจารย์ประจำชั้นเรา อาจารย์สมคิดกับอาจารย์ทิวาวรรณ พวกเรารักอาจารย์มาก
อาจารย์ใจดีมากๆเลย อิอิ แล้วต่อมาก็ถึง และแล้วก็ถึงเวลาที่เรา จะต้องเปลี่ยนจากเลข 1 เป็น 2 จำได้ว่า ไปกินหมูกระทะกันที่ โพธิ์ทอง นำทัพโดยอาจารย์ทิวาวรรณ
อิอิ วันนั้นก็สนุกมากเลย
-----------------------------------------------
ไว้ว่างๆ จะมา เล่าต่อไป ของตอน ม.2
เฮ้อ ตอน ม.1 คิดแล้วคิดไม่หมด ความจำสั้นอยู่ด้วยสิ - - เรื่องเท่าที่จำได้ก็มีแค่นี้ แต่มีสิ่งนึงนะที่ยังจำได้เสมอ
เราจำได้ดีและจะจำตลอดไป ว่า "เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปซักแค่ไหน"
ถึงแม้เราต้องแยกห้องกัน แต่พวกเรายังเป็นเพื่อนกัน ถึงแม้ต่างคนต้องแยกจากกันไปคนละทาง แต่เราก็ยังเป็น 306 เสมอ
January 12 เข้าค่าย...ม.3 เฮ้อ เซงจริงเลย ไกล้จะม.4แล้ว ยังไม่รุ้เลยจะรอดไปได้มั้ย งานก็ล้นมือ เข้าเรื่องเข้าค่ายดีกว่า
เข้าค่ายม.3ตอนก่อนไปรุ่นพี่เค้าก็บอกกันว่าสบายทื่สุดแล้ว
วันที่ 1
รถออกจากโรงเรียน เดินทางสู่ประจวบ ขึ้นไปถึงก็ไม่มีที่นั่งเลยซะงั้น แค่นั้นยังไม่พอ คนคุมรถ เค้าผู้นั้นคือ อ.สุทิศ โอ้ เซงจอร์จ - - แต่เค้าก็ไม่ทำไร เฉยๆ
พอออกเดินทาง รถเรานี่เปิดเพลงโครตยอดเลย เปลี่ยนกันจ้าละหวั่น เปลี่ยนเป็นว่าเล่น คนนั่งหลังก็อุส่าเดินมาข้างหน้าเพื่อมาบอกพี่เค้าเปลี่ยนเพลงให้ แล้วก็เดินไปเดืนมา
เราคนยืน พอเดินมาทีก็ต้องหลบที หลบไปหลบมาเซงเลยทีเดียว อีก3ชั่วโมงต่อมาก็ถึงค่าย
มาถึงก้แบ่งแถว พิธีเปิด เรื่องซีเรียสพิธีการไม่ชอบเล่า ข้ามๆ ก็มาถึงตอนปล่อยไปกินข้าว กินๆไป ขัดฉากไป รายละเอียดขี้เกรียจพิมเฮะ แล้วก็เข้าเก็บของอะไร
แล้วก้เริ่มฝึก ฝึกอย่างแรก เปิดมาก็เริ่มด้วยฝึกการจัดแถว ก็ฝึกๆไป จนถึงกินข้าวเย็นเลยละกัน ก็กินๆขัดๆ ก็ผ่านไป พอถึงกลางคืนก็ทดสอบความกล้า
ยิ่งเป็นคนกลัวอยู่ด้วย ยิ่งความสูงไม่ต้องพูดกัน แต่ยังดีเฮะ คืนนี้ยังไม่ค่อยมีไรสุงมาก แต่ก็กลัวเหมือนกัน ฮือๆ คนขี้กลัวมันก็งี้หละ เรามันคนขี้กลัว กลัวไปซะทุกเรื่อง
ซักวันมันก็ต้องมีความกล้า โดยเฉพาะบางเรื่อง เอาเหอะเข้าเรื่องต่อ พอทดสอบความกล้าเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปเข้ากองร้อยใครกองร้อยมันแล้วก็เข้านอนกันซะ พอถึงห้องนอน
นอนกับไอสัน มันนี่ตัวดีเลยครับ เริ่องมันเริ่มที่ว่า ไอกำมันไปเปิดพัดลมเบอร์ 1 เบอร์เบาสุดอะนะ ไอสันเค้าก็มาเก่งเลยครับ "เห้ย ร้อนจะตาย เปิดเบอร์ 3ไปเลย"
ก็เต็ที่เลยครับเบอร์แรงสุด โอ้พัดลมมันจ่อหน้ากรุซะด้วย รับเคราะห์ไป แต่มันก็ไม่ได้หนาวมากเท่าไหร่ แล้วความฝันก็นำพาเราสู่วันใหม่
วันที่ 2
เช้ามา ตื่นขึ้นมา พอเค้าเรียกออกกำลังกายก็ลงๆไปอะนะ แล้วคุณสันเค้าก็พูดเลยครับว่า "เซงหวะ หวัดแดรกเลย กรรมใดใครก่อแท้ๆ เมื่อคืนยังร้อนเปิดพัดลมเบอร์ 4 เช้ามาเจอเลย แต่มันก็ไม่ได้เป็นไรหรอก แค่จามนิดๆหน่อยๆ เรื่องของมัน แล้วก็ผ่านไป ถึงเวลากินข้าวก็กินๆขัดๆอีกแล้วครับท่าน พอเริ่มฝึกอีกรอบ รอบนี้มันวัดใจอีกแล้ว คราวนี้มันเล่นสูงเกือบทุกฐานเลย โอ้มายก้อด ไม่ต้องพูดเลยครับ เจอความสูงเราก็ขอบายก่อนเลยอะครับ ฮือๆ ไม่เล่นหมดเลย เสียดายเหมือนกัน แต่ความกลัวมันมากกว่าความเสียดาย - -
เอาเหอะเรื่องน่าอับอายไม่ต้องเล่ามาก ข้าวกลางวันก็สต็ปเดิม แล้วก็ถึงเวลาของการไป ทะเล เล เล เล เลเล - - สิ่งที่น่าจะสนุกที่สุดของการเข้าค่ายครั้งนี้ ขึ้นรถไป
หลับในรถด้วยเรา ไม่รุ้ตัวเหมือนกัน แล้วก็ถึงทะเล ก็เริ่มด้วยการก่อกองทราย แบ่งเป็นห้องๆ ไม่เจอเพื่อนตั้ง1วัน คิดถึงตายเหละ ก็ยังกวนเหมือนเดิมทุกตัว อิอิ
แล้วการก่อกองทรายของเราก็ตอนแรกกะจะทำสี่เหลี่ยมกัน แล้วจู่มันก็กลับกลายเป็น เต่า เนื่องจากมันกลายเป็นกระดอง - - แล้วก็เริ่ม แล้วจู่ๆมันก็เกิดภัยพิบัติความขัดข้องทางเทคนิคเล็กน้อย แต่เราก็สามารถทำขึ้นมาใหม่ทัน อ่าเรื่องทรายข้ามมันไป แล้วก็ได้ลงทะเล เล่นกันซะสนุกสนาน ถึงจะว่ายน้ำไม่ได้ก็ยังเล่นได้ - -
แล้วก็หมดเวลา กลับพักผ่อน เอาละถึงเวลาที่รอคอยอีกเวลาหนึ่ง รอบกองไฟ พิธีเปิด ข้ามๆ รางวัลที่1 หมายเลขที่ออก 4 2 6 3 1 5 เรียงแสดงตามกองแบบนั้น - -
กลุ่มเราแสดงกลุ่มที่ 2 ด้วย เวรจริงเลย แต่ไม่ว่าจะแสดงกลุ่มที่เท่าไหร่มันก็เหมือนกันอะ เพราะว่ากลุ่มเรานั้นเน้นการแสดงสด มุขก้ยิงสด มีการเตรียมขั้นตอนก็แค่นิดหน่อย
กลุ่มแรกเริ่มแสดง เสนอเรื่อง คนในเครื่องแบบ ไม่อยากจะเล่า แต่ขอเล่าสักนิดหน่อยดีกว่า เอ่อ เรื่องมีอยู่ว่า อะไรหว่า ลืมแล้วหว่า อ่าช่างมันเหอะไม่สำคัญ แต่ที่รู้ๆ เค้ามาแป้กเต้มๆเลย เพื่อนกรูไม่น่าเลย ไม่น่าปล่อยมุขแป็กออกมาเลย เอาเหอะแต่ก็ยังดี แล้วต่อมาก็ถึงกลุ่มของเราแล้วครับท่าน กลุ่มเราขอเสนอเรื่อง เปา บุ้น จิ้น
ประวัติสักเล็กน้อย เปาบุ้นจิ้นเป็นผู้ที่ 12.00น. .... งงละสิ เที่ยงตรงไง 5 5 ฮามั้ยหละ มันคือมุขที่อยากปล่อยตั้งแต่แสดงละ แต่ไม่ได้เล่น เอาหละต่อๆ กลุ่มเรานั้น เน้าความฮาเป็นที่ตั้ง 5 5 + สาระนั้นมีอย่างเดียว คือสาระเลว ส่วนสาระอย่างอื่นนั้นไม่มี หรือง่ายๆ เน้นความไร้สาระ แต่ความฮาเป็นเยี่ยม ชมกลุ่มตัวเองมากไปรึเปล่าเนี่ย
ต่อๆ กลุ่มต่อไป กลุ่ม6 เรื่องไรหว่า อ่อ นึกออกละ ซินเดอเรล่ามั้ง อืมใช่เหละ เนื้อเรื่องจำไม่ได้ รุ้แต่ว่าตอนจม เจ้าชายดมกลิ่มรองเท้าตาย เอิ๊กๆ แล้วก็มีพักยกประกาศ
รางวัลปติมากรรมทราย ห้องเราได้ที่3 เฮๆๆๆๆๆๆ ข้ามๆ ไม่พอใจได้แค่ที่ 3 อิอิ ต่อไป แสดงกลุ่มต่อไปเลยละกัน กลุ่มต่อมา เอ เรื่อง มหัศจรรย์แห่งรักมั้ง กลุ่มนี้เค้าที่ 1 ปล่อยเค้าไป อิอิ เนื้อเรื่องก็แบบ อืม เคยดูเฆษณาประกัน ที่มีพ่อ แล้วก็ลูกท้อง นั้นหละ แล้วก็เพิ่ม ดัดแปลงแก้ไขนิดหน่อย ต่อไป ก็ต่อด้วยกลุ่ม 1 เอแสดงเรื่องอะไรหว่า
จำชื่อเรื่องไม่ได้ เนื้อเรื่องก็จำไม่ได้ จำไม่ได้หมดเลยอะ จำได้แต่ว่าเค้าได้ที่3 ด้วยเหละ จำแค่นั้นได้ก็ดีแล้วคนอย่างเรา แล้วกองสุดท้าย เรื่อง เดอะกิ๊กใช่ปะ อืมใช่ๆๆ
เค้าได้ที่ 2 เปล่าหว่า ช่างเหอะ ส่วนเนื้อเรื่อง เออ ดูไม่รุ้เรื่องงะ ไม่ค่อยได้ยิน แต่เค้าได้ที่ 2 ก็คงแสดงดีเหละ แล้วรอบกองไฟก็จบลง แล้วก็มีข้าวต้มรอบดึก
แล้วก็นอน คืนนี้นอนหลับสบาย แล้วความฝันก็นำพาเราสู่วันรุ่งขึ้น
วันที่ 3 วันสุดท้าย
วันนี้ตื่นเช้ามาอย่างสบาย แล้วก็กินข้าวเช้า แล้วต่อมาก็นั่งรถไปสู่หอประชุมเพื่อเข้าอบรมเรื่องโรคเอดส์ อืมแล้วก็เดินทางกลับบ้าน นั่งรถไป จนถึงเพชรบุรี ครึ่งทาง ก็เวะพีกกินข้าว
ที่ แม่กิม อืม กิมไรหว่า จำไม่ได้มี หลายกิมซะด้วย แล้วก็ให้ซื้อของฝาก เราก็พกตังไปน้อยซะด้วย เซงเลย ก็ยืมตังเพื่อน 50 บาท ไปซื้อมะขามกวน ของโปรด กลับมากินเอง เอิ๊กๆ เดววันจันต้องเอาไปคืน หมดๆ แน่ตรู เอาเหอะ แล้วก็นั่งรถจนมาถึงบ้านได้ ตังกลับบ้านยังไม่มีเลย ต้องยืมเพื่อนอีก 2 0 บาท เพื่อนเป็นค่ารถในการกลับบ้าน โอ้ อะไรเราจะจนขนาดนั้น แต่ก็งี้ละเรามันคนจนทำไรได้ แล้วก็กลับสุ่บ้านอย่างปลอดภัยรึเปล่า ปวดขานิดๆ แต่ก็ไม่เป็นไรมาก อ่าวหันมาดูนาฬิกา อ่าบ่นมาซะยืดยาว ได้เวลาพอซะที
สุดท้ายฝากไว้ดีกว่า อยากฝากไว้ว่า
ความรู้สึกเก็บไว้ก็มีแต่จะเหมือนขนมปัง มีแต่จะขึ้นราหรือเสียไป
แต่ถ้าหากเลือกที่จะแสดงความรู้สึกออกมา มันก็ไม่เคยมีอะไรเสียหาย
มันจะทำให้เราสบายใจขึ้นเยอะ จริงมะ October 07 จดหมายลา...ตลอดกาล ถึงคนที่ฉันรักสุดหัวใจ
นานมากแล้วที่ฉันรักเธอมา แม้นนานเท่าไหร่แต่ก็ยังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง เวลาที่ผ่านมาอาจทำให้เจ็บปวดบ้าง แต่ก็มีความสุข เวลาที่ผ่านมาอาจทำให้
เธอต้องเสียใจ ขอโทษในทุกสิ่งที่ทำให้เธอต้องเสียใจ ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มที่เธอเคยมีให้ มันถึงเวลาแล้วที่คนแย่ๆอย่างฉันต้องไปจากเธอ ถึงแม้รู้ดีว่าเธอไม่สนใจใยดี
ก็แค่อยากบอกให้เธอรู้ ว่าต่อไปนี้จะไม่มีคนคนนี้ คนที่ทำให้เธอต้องเสียใจ ต้องหนักใจ ต้องลำบากใจอีกต่อไป แค่อยากให้เธอรู้แค่นั้นเอง เพราะรักเธอสุดหัวใจ เลย
อยากให้เธอมีความสุขในทางที่เธอเลือก ส่วนฉันขอไปจากเธอ ไม่ได้ไปเพราะหมดใจ ไม่ได้ไปเพราะเสียใจ ไม่ได้ไปเพราะน้อยใจ แต่ไปเพราะความห่วงใย ไป
เพราะเข้าใจว่าเธอไม่ต้องการฉันอีกแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง ขอบคุณสำหรับตลอดมา ขอลาตลอดไป.....
จาก คนที่รักเธอสุดหัวใจ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
โปรดใช้วิจรณยาณในการอ่านนะครับ - -" อิอิ
ฝากไว้ปิดท้าย
เชื่อใจคนที่เรารัก เชื่อใจตัวเอง มองโลกแง่ดีอาจทำให้คุณเห็นโลกสวยขึ้นเยอะครับ อิอิ
September 27 ถึงคนมีรัก....จากคนหมดรักเวลาที่เริ่มรู้สึกว่ารักทำให้เจ็บปวด ลองนึกกลับไปตอนที่รักทำให้มีความสุข
เวลาที่รักทำให้เราท้อแท้ ลองนึกกลับไปในตอนที่รักทำให้มีกำลังใจ
เวลาที่รักทำให้โดดเดี่ยว ลองนึกกลับไปในตอนที่รักทำให้ไม่เดียวดาย
เวลาที่รักทำให้เสียใจ ลองนึกกลับไปในตอนที่รักทำให้ดีใจ
จริงอยู่คนเราหากจมอยู่กับอดีตมากไปอาจทำให้เห็นอนาคต แต่ถ้าคนเราไม่มีอดีตก็ย่อมไม่มีอนาคตเช่นกัน
สิ่งที่ดีที่สุดคือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่าหลอกตัวเอง อย่าคิดไปเอง อย่ามองโลกร้าย อย่ามองไปไกล เปิดใจให้กว้าง ยอมรับคนรอบข้าง อย่ามองข้ามสิ่งรอบตัว
อย่ากลัวความจริง อย่าทิ้งความรัก อย่าจมปักอดีต อย่าคิดสั้นอิอิ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เวลาของทุกคนมีเท่ากันเสมออยู่ที่ใครจะใช้เวลาให้มีประโยชน์ที่สุด
September 15 คนไม่มีสิทธิ์...ที่รักเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเธอ
ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นห่วงเธอ
ไม่มีสิทธิ์ที่จะไกล้เธอ
ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนในใจเธอ
ไม่มีสิทธิ์ที่จะ "รักเธอ"
รู้ตัวตลอดมาว่าเธอไม่เคยรักกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไมใจมันกลับยังรักเธอมากยิ่งขึ้น ถึงเวลาจะผ่านมานานน รู้ว่าไม่สิทธิ์ที่จะรักเธอ เพราะเราเป็นได้แค่เพื่อนกัน
แต่ก็ยังแอบคิดคนเดียว แอบรักเธอข้างเดียว แอบฝันว่าเธออาจจะรักกัน ทั้งที่มันไม่วันเป็นไปได้ รู้ว่าเธอจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ รู้ว่าเธอคงไม่เหลียวแล
รู้ว่าเธอคงไม่แคร์ รู้ว่าเธอคงไม่แยแส อยากให้มีอะไรมาดลใจ ให้เลิกใจคิดเลิกฝัน เลิกแปรผันความเป็นจริง เลิกคิดจะครอบครอง ขอแค่ได้รักก็พอ
ขอแค่ได้รักเธอก็พอ ถึงแม้ใจจะต้องเจ็บไปอีกมากมายเท่าไหร่ แต่ขอให้ใจดวงนี้ได้รักเธอต่อไป ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดใจ ปล่อยให้ความจริงมาช่วยเปลี่ยนใจ
แม้นมันจะต้องใช้เวลาแสนนานก็ตาม
ขอแอบรักเธอต่อไปจะได้ไหม ขอแค่นี้พอ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เขียนด้วยใจ ให้ด้วยรัก ส่งด้วยความอกหัก ด้วยรักเธอเสมอมา
--------------------------------------------------------------
August 30 รัก..คิดถึง..ห่วงใยครั้งแรกที่ผมเจอเธอ ไม่เคยคิดว่าจะรักเธอ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็นห่วงเธอ
แต่ต่อมากลับรักเธอขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ก็ต้องเก็บไว้แค่ในใจ
อาจเพราะรู้คำตอบที่เธอจะตอบว่า เลยไม่กล้าบอกออกไป
กลัวว่าจะเจ็บมาก แต่แค่ได้ไกล้ก็ดีใจแล้ว ก็ได้ไกล้ก็มากพอแล้ว
ความเป็นเพื่อนอาจกำบังความรู้สึก อยากรู้เสมอว่าเธออยู่กับใคร
อยู่ที่ไหน คอยเฝ้าห่วงเธอ ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่สนใจ สุขที่ได้รัก
สุขมากจนไม่อาจหยุดรักได้ แม้นวันนี้เวลาอาจผ่านมานนาน
แต่ความรู้สึกรักเธอนั้น มันกลับยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ขอให้ฉันรักเธอต่อไปได้ไหม ขอห่วงใยเธอต่อไปได้ไหม
ขอแอบมองเธอไกลๆได้ไหม ขอคิดถึงเธอตลอดได้ไหม
ขอแค่อย่าลืม ว่ายังมีเพื่อน เพื่อนคนนี้ของเธอ ที่ยังเป็นห่วงเธอเสมอ
พร้อมช่วยเธอเสมอ ทุกครั้งที่เห็นเธอมองข้ามฉันไป ทุกครั้งที่เธอไม่สนใจ
ทุกครั้งที่เธอทำเหมือนไม่มีฉันอยู่ มันเจ็บมากรู้ไหม มันเหมือนฉันเป็นคนไม่มีค่า
----------------------------------------------------------------------------------------------
นี่คือบทความส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนึง เรื่องที่ออกมาจากหัวใจ อิอิ
----------------------------------------------------------------------------------------------
ปล1.เหมือนอันก่อนๆมา
ปล2.ความรักของคุณหละเป็นไง ลองถามหัวใจตัวเองดู อิอิ
August 26 คืน..เดียวดาย..กับ..ใจดวงเดียวคืนนี้มันอ้างว้างเหลือเกิน นั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ
ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป อยากให้เวลาผ่านไปให้เร็ว
ในคืนนี้เงียบเหงานี้ หัวใจมันยังคิดถึงแต่เธอ
ใจนึงก็อยากพบหน้าเธอไวๆ จะได้เจอหัวใจของตัวเอง
แต่อีกใจก็อยากหนีให้ไกลเธอ ไกลจากความเจ็บปวดทรมาน
ควรทำอย่างไร ช่วยตอบที ว่าต้องทำอย่างไร
ให้ใจที่อ้างว้าง ในคืนที่เดียวดาย มีเธออยู่ข้างกาย
แค่ได้ไกล้ก็พอ ไม่ได้ขอให้มารัก ขอแค่เธอรู้ว่ายังคิดถึงเธอเสมอ
แสงจันทร์มันส่องลงมา ส่องลงมาหาใจที่อ้างว้าง ใจที่เฝ้ารอ
ควรจะรอต่อไปดีไหม ต้องรอต่อไปอีกไหม จำเป็นไหม
ยังคิดถึงเธอได้ใช่ไหม ยังอยู่ไกล้เธอต่อได้ใช่ไหม ยังรักเธอต่อได้ใช่ไหม
ไกล้เธอเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้เธอมองข้ามไป มองข้ามคนคนนี้
คนที่เธอไม่เคยใส่ใจ คนที่เธอไม่เคยคิดถึง คนที่เธอไม่เคยรัก
แต่เป็นคนที่ใส่ใจเธอ เป็นคนที่คิดถึงเธอ และเป็นคนที่รักเธอ
ขอแค่เธอรู้ว่า ยังมีคนที่รักเธอ เสมอและตลอดไปก็พอ
--------------------------------------------------------------------------------------
ขอมอบบทความนี้แด่เพื่อนๆทุกคน
ทุกคนที่มีคืนอันเดียวดาย
เหมือนอย่างผม
----------------------------------------------------------------------------------------
ปล.เหมือนคราวที่แล้ว อย่างรู้ว่าคืออาไร อ่านบทความอันแรกก่อน อิอิ
ปล2. อ่านแล้วลองถามใจตัวเองดูว่า คุณมีคนให้ข้างใจในคืนอันเดียวดายรึยัง
----------------------------------------------------------------------------------------------
August 14 รัก...ที่ทุกข์เวลาผ่านมานาน นานพอทีจะรู้ว่ารักมากแค่ไหน แต่ความรักก็ได้แต่เก็บไว้
เพราะรู้ว่าเธอไม่เคยรักกัน แต่วันเวลาผ่านไป กลับทำให้ยิ่งรักเธอมากขึ้น
ทั้งที่เจ็บมาก แต่ก็กลับยิ่งรักมาก ถึงรักมากขนาดไหน
แต่มันไม่เคยมีค่าในสายตาเธอ แต่ก็ยังรักเธอไม่เคยเปลี่ยน
ครั้งใดที่พยายามลืม เหมือนกลับยิ่งจำมากขึ้นไปอีก แต่อย่างน้อย
แค่เห็นเธอมีความสุข ก็รู้สึกดีทุกครั้ง เห็นเธอทุกข์ใจทีไร
ก็อยากเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่กล้า เพราะไม่มีค่าพอ
ได้แต่อยู่ห่าง คอยช่วยเธออยู่ไกลๆ ในมุมที่เธอไม่เห็น
และไม่เคยคิดให้เธอหันมามอง ในมุมที่มองไม่เห็นนี้ แค่ได้เห็นเธอก็มีความสุขมากพอ
ขอแค่เธอไม่ลืม ว่ายังมีคนที่รักเธออยู่เสมอ และตลอดไป
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขออยู่ความความทุกข์ที่แท้ดีกว่าความสุขที่หลอกลวง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปล. ไม่ได้เขียนให้ใคร เขียนไปงั้นๆ ตามภาษาคนไม่มีรัก เข้าใจ!
|
|
|